ปัญหาผู้สูงอายุ

แนวทางการหลีกเลี่ยงหรือป้องกันการเกิดภาวะซึมเศร้าในผู้สูงอายุ

Elderly-care

  ภาวะซึมเศร้าในผู้สูงอายุเป็นสิ่งที่สามารถหลีกเลี่ยงได้ด้วยการปฏิบัติตนเพื่อป้องกันหรือรับมือกับสาเหตุของภาวะซึมเศร้าดังที่ได้กล่าวมาข้างต้น ดังต่อไปนี้ 1. การดูแลตนเองทางด้านร่างกาย 1.1การรับประทานอาหารที่เหมาะสมกับวัยให้ครบ 3 มื้อ ในปริมาณที่เหมาะสมอย่างหลากหลาย โดยเฉพาะการบริโภคอาหารสด การรับประทานอาหาร ผัก และผลไม้สดจำนวนมากๆ ทำให้สุขภาพร่างกายสดชื่นตลอดวัน รวมทั้งการรับประทานโปรตีนจากเนื้อปลา หากร่างกายไม่ได้รับอาหารที่พอเพียงจะส่งผลให้เกิดภาวะซึมเศร้า อ่อนเพลีย และไม่มีแรง 1.2 ออกกำลังกายทุกวัน การออกกำลังกายเป็นประจำโดยใช้วิธีที่ง่ายๆ เหมาะสมกับภาวะสุขภาพ เช่นการเดินเล่นในที่ที่มีอากาศบริสุทธิ์ตอนเช้าหรือตอนเย็น ฝึกออกกำลังกายแบบชี่กง ไท้เก๊ก รำกระบอง หรือว่ายน้ำ จะช่วยให้ระบบต่างๆ ในร่างกายได้รับการเติมพลังอยู่ตลอดเวลา และทำงานประสานกันได้ดีทั้งระบบประสาท กล้ามเนื้อ และจิตใจ 1.3 เข้ารับการตรวจสุขภาพเป็นประจำปี หากมีความผิดปกติเกิดขึ้นในร่างกายเช่นความดันโลหิตสูง น้ำตาลในเลือดสูง หรือความผิดปกติอื่นๆ จะได้รีบทำการรักษาแต่เนิ่นๆ ไม่ปล่อยทิ้งไว้จนเกิดความรุนแรง 2. การดูแลตนเองทางด้านจิตใจ 2.1 สร้างความรู้สึกที่ดีต่อตนเอง ด้วยการตั้งมั่นอยู่ในความดี ด้วยการมีความคิดดี พูดดี และทำดี จะช่วยให้เรามีความสุข  จิตใจแจ่มใสไม่ขุ่นมัว อารมณ์ดี 2.2 ตระหนักในคุณค่าของตนเองที่มีต่อบุตรหลาน และบุคคลอื่น ชื่นชมและภาคภูมิใจในตนเอง อย่ามองตนเองว่าไร้ค่า หรือรู้สึกท้อแท้ 2.3 ดำเนินชีวิตอย่างเรียบง่าย จะทำให้ระบบประสาททำงานอย่างราบรื่น ไม่ตึงเครียด ... Read More »

ภาวะซึมเศร้าในผู้สูงอายุ

ภาวะซึมเศร้า

  บุคคลเมื่อเข้าสู่วัยสูงอายุจะมีการเปลี่ยนแปลงต่างๆ เกิดขึ้นมากมายทั้งทางด้านร่างกาย จิตใจ อารมณ์ สังคม และสิ่งแวดล้อม  ผู้ที่ไม่สามารถปรับตัว ปรับใจต่อการเปลี่ยนแปลงต่างๆ เหล่านี้ได้ จึงมีโอกาสเกิดภาวะซึมเศร้าได้มากกว่าบุคคลวัยอื่น โดยมีรายงานว่าประมาณร้อยละ 30 ของผู้ที่มีอายุมากกว่า 60 ปีขึ้นไปเคยมีประสบการณ์ของการมีภาวะซึมเศร้าที่รุนแรงอย่างน้อยหนึ่งครั้ง ซึ่งส่งผลต่อสุขภาวะของผู้สูงอายุเป็นอย่างยิ่ง อย่างไรก็ตาม บุคคลทั่วไปมักเข้าใจว่าภาวะซึมเศร้าเป็นเรื่องธรรมดาของผู้สูงอายุ จึงมักละเลย ไม่สนใจ ทำให้ผู้สูงอายุยิ่งมีความทุกข์ทรมานมากขึ้น แต่ในความเป็นจริง ภาวะซึมเศร้าในผู้สูงอายุเป็นสิ่งที่สามารถหลีกเลี่ยงหรือป้องกันมิให้เกิดได้ หากผู้สูงอายุได้มีการเตรียมความพร้อมทั้งร่างกายและจิตใจก่อนที่จะเข้าสู่วัยสูงอายุ หรือทราบแนวทางที่สำคัญในการหลีกเลี่ยงหรือป้องกัน รวมทั้งทราบแนวทางการดูแลตนเองเมื่อตกอยู่ในภาวะซึมเศร้า ซึ่งการปฏิบัติดังกล่าวจะช่วยให้ผู้สูงอายุสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้อย่างมีคุณค่า มีความสุข และมีคุณภาพชีวิตที่ดี ในทางตรงกันข้าม หากละเลยหรือปล่อยทิ้งไว้ อาจกลายเป็นโรคซึมเศร้า จนต้องเข้ารับการรักษาจากจิตแพทย์ มิเช่นนั้นอาจเกิดผลเสียหายที่รุนแรงทั้งต่อตัวผู้สูงอายุเองและบุคคลรอบข้าง ภาวะซึมเศร้าในผู้สูงอายุเป็นการเจ็บป่วยทางจิตใจชนิดหนึ่งที่ตอบสนองต่อความผิดหวัง ความสูญเสีย หรือการถวิลหาสิ่งที่ขาดหายไป เมื่อเกิดขึ้นแล้วจะทำให้ผู้สูงอายุรู้สึกไม่มีความสุข จิตใจหม่นหมอง หดหู่หมดความกระตือรือร้น เบื่อหน่ายสิ่งต่างๆ รอบตัว  แยกตัวเอง ชอบอยู่เงียบๆ คนเดียว ท้อแท้ บางครั้งมีความรู้สึกสิ้นหวัง มองชีวิตไม่มีคุณค่า มองตนเองไร้ค่า เป็นภาระต่อคนอื่น ถ้ามีอาการรุนแรงจะมีอันตรายจากการทำร้ายตนเองได้ มีรายงานการฆ่าตัวตายในผู้สูงอายุ ซึ่งพบว่า ร้อยละ 90 มีความสัมพันธ์กับภาวะซึมเศร้า อย่างไรก็ตาม มีบางรายที่แสดงออกด้วยการหงุดหงิดโมโหง่าย ทะเลาะกับบุตรหลานบ่อยครั้ง ... Read More »

การผ่อนคลายความเครียดสำหรับผู้สูงอายุ

59

  ความเครียด คือ การหดตัวของกล้ามเนื้อส่วนใดส่วนหนึ่งหรือหลายส่วนของร่างกาย ซึ่งทุกคนจำเป็นต้องมีอยู่เสมอในการดำรงชีวิต เช่น การทรงตัว เคลื่อนไหวทั่วๆ ไป ทุกครั้งที่เราคิดหรือมีอารมณ์บางอย่างเกิดขึ้นจะต้องมีการหดตัว เคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อแห่งใดแห่งหนึ่งในร่างกายเกิดขึ้นควบคู่เสมอ ความเครียดเกิดจาก สิ่งกระตุ้นที่ทำให้เกิดการปรับตัว และถ้าไม่สามารถปรับตัวได้จะทำให้เกิดความเครียด หรืออีกนัยหนึ่ง ความเครียด คือสิ่งที่ทำให้รู้สึกไม่สบายกาย ไม่สบายใจ ทำให้เกิดความวิตกกังวล ทำให้ตื่นเต้น เกลียด กลัว หรือความรู้สึกที่ไม่ชอบสิ่งนั้นสิ่งนี้ ข้างต้นอาจเป็นแค่ความเครียดในระดับประจำวัน แต่ถ้าระดับความเครียดมีมากกว่าที่กล่าวข้างต้น โดยเฉพาะในผู้สูงอายุ เช่น มีการสูญเสีย การผิดหวัง หรือหวาดกลัวอย่างรุนแรง ความเครียดนั้นก็จะกลายเป็นความทุกข์แสนสาหัสขึ้นมา และสามารถกลายเป็นสาเหตุที่ทำให้เราเจ็บป่วย จากระดับรุนแรงน้อยไปจนถึงป่วยหนักได้ สาเหตุที่ทำให้เกิดความเครียด ทางด้านร่างกาย เกี่ยวกับสุขภาพและการเจ็บป่วย ทั้งรุนแรงและไม่รุนแรงทำให้เกิดความเครียดได้ การพักผ่อนไม่เพียงพอ ฯลฯ ทางด้านจิตใจ เช่น ผู้ที่มีความรับผิดชอบสูง เวลาที่มีเรื่องต่างๆ เข้ามากระตุ้นก็จะทำให้เกิดความเครียดได้ง่าย หรือเป็นผู้ที่วิตกกังวลง่าย ขาดทักษะในการปรับตัว ทางด้านสังคม มีสิ่งที่กระตุ้นให้เกิดความบกพร่องในเรื่องของการปรับตัว ขาดผู้ที่คอยให้ความช่วยเหลือ ถ้ามีผู้ที่ให้ความช่วยเหลือก็จะทำให้ความเครียดลดน้อยลงไป มีสิ่งมากระตุ้นมากเกินความสามารถของตนเอง ความขัดแย้งในครอบครัว ฯลฯ จะทราบได้อย่างไรว่ามีความเครียดเกิดขึ้น โดยปกติแล้วผู้ที่มีความเครียดเกิดขึ้นมักจะรู้ได้ด้วยตนเอง เช่น หงุดหงิด โมโหง่าย อ่อนเพลียเป็นเวลานาน ขาดสมาธิในการทำงาน ... Read More »

การเตรียมตัวรับมือของผู้สูงอายุเมื่อต้องเผชิญกับภาวะสูญเสีย

40

  ผู้สูงอายุกับภาวะสูญเสีย ถึงแม้ว่าผู้สูงอายุเป็นวัยที่ผ่านชีวิตมามาก และต่างก็มีประสบการณ์ต่างๆ ในชีวิต รวมทั้งประสบการณ์การสูญเสีย   กระนั้นก็ตามที การสูญเสียก็เป็นภาวะที่ผู้สูงอายุทุกท่านไม่พึงประสงค์ ไม่ว่าจะเป็นการสูญเสียที่เป็นไปตามธรรมชาติที่คาดการณ์ได้ เช่น การเสียชีวิตของคู่สมรส เป็นต้น หรือการสูญเสียอย่างเฉียบพลันโดยไม่คาดคิด เช่น การประสบภัยต่างๆ ที่ทำให้สูญเสียทรัพย์สิน เป็นต้น เมื่อเกิดภาวะสูญเสียทั้งแบบที่คาดการณ์และแบบที่ไม่คาดคิดล้วนส่งผลกระทบต่อจิตใจของผู้สูงอายุ ทำให้ผู้สูงอายุที่อยู่ในภาวะสูญเสียส่วนใหญ่มีภาวะโศกเศร้า เรียกว่าปฏิกิริยาทางจิตใจที่เป็นผลมาจากการสูญเสีย ซึ่งเป็นปฏิกิริยาทางจิตใจที่มีลำดับขั้นตอน ดังนี้ 1.  ตกใจ ภาวะตกใจเป็นปฏิกริยาทางจิตใจที่เกิดขึ้นทันทีเมื่อทราบว่าสูญเสีย บางคนอาจจะตกใจช่วงสั้น ๆ แต่บางคนอาจจะติดอยู่ในภาวะตกใจเป็นระยะเวลายาวนาน ในภาวะตกใจผู้สูงอายุจะแสดงพฤติกรรม ไม่เชื่อ งุนงง ไม่รับรู้ ปวดร้าวใจ สงบเงียบ เฉยเมย เซื่องซึม รู้สึกว่าตัวเองไม่มีตัวตนอยู่ในโลกนี้ หรืออาจรู้สึกว่าตัวเองไม่ได้กำลังอยู่ในโลกของความเป็นจริง เป็นภาวะที่รู้สึกว่าตัวเองหยุดความรู้สึกนึกคิดไว้ชั่วขณะ 2.  ระส่ำระสาย ในภาวะระส่ำระสาย ผู้สูงอายุจะแสดงพฤติกรรมได้หลากหลายตั้งแต่มืดแปดด้าน ทำอะไรไม่ถูกไปชั่วขณะ สมาธิกระจัดกระจาย หลงลืม และรุนแรงขึ้นไปจนกระทั่งพยายามดิ้นรนทำสิ่งที่นอกเหนือความสามารถของตนเอง ซึ่งจะรุนแรงมากเท่าไรขึ้นอยู่กับความรู้สึกสับสนต่อภาวะสูญเสียของผู้สูงอายุ 3.  ปฏิเสธ   ผู้สูงอายุใช้การปฏิเสธเพื่อปกป้องตนเองจากความปวดร้าวใจที่จะรับรู้และยอมรับถึงความสูญเสียที่เกิดขึ้นในทันที จึงพยายามถ่วงเวลาการรับรู้และยอมรับความจริงด้วยการปฏิเสธ อาจอยู่ในภาวะปฏิเสธเพียงชั่วขณะ หรือปฏิเสธเป็นเวลายาวนาน อาจจะสามารถค่อย ๆ รับรู้ความสูญเสียที่ตนเองได้รับ จนเกือบจะยอมรับได้แต่กลับรู้สึกปวดร้าวใจจนทนไม่ได้ ยิ่งรับรู้ความสูญเสียมากยิ่งปวดร้าวใจก็อาจกลับมาสู่จุดเริ่มต้นของภาวะปฏิเสธอีกได้   ผู้สูงอายุบางรายอาจพยายามจะเผชิญความจริง ... Read More »

การกลั้นปัสสาวะไม่อยู่

37

  การกลั้นปัสสาวะไม่อยู่เป็นความผิดปกติของร่างกายที่ไม่สามารถควบคุมการปัสสาวะไว้ได้ ทำให้มีปัสสาวะรั่ว เล็ด ราดและรดได้ ซึ่งอาการนี้จะพบบ่อยในวัยสูงอายุมากกว่าวัยอื่นๆ และพบในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย  เป็นสาเหตุของการหกล้มในผู้สูงอายุที่รีบร้อนไปห้องน้ำเพื่อปัสสาวะให้ทันได้ สาเหตุของการกลั้นปัสสาวะไม่อยู่ กล้ามเนื้อหูรูดไม่แข็งแรงทำให้กลั้นปัสสาวะไม่อยู่ขณะออกแรงเบ่ง ไอ จาม หรือหัวเราะ กล้ามเนื้อกระเพาะปัสสาวะบีบตัวบ่อยและเร็วกว่าปกติ มีปัสสาวะค้างในกระเพาะปัสสาวะมากเกินไปทำให้ปัสสาวะล้นและไหลออกมา สาเหตุอื่นๆ เช่น ความผิดปกติทางจิตใจ การติดเชื้อในกระเพาะปัสสาวะ  หรือการได้รับยาบางชนิด ที่เกี่ยวข้องกับปัสสาวะ คำแนะนำเพื่อการกลั้นปัสสาวะอยู่ ควรฝึกกลั้นปัสสาวะ  โดยเมื่อรู้สึกปวดปัสสาวะ ไม่รีบร้อนปัสสาวะทันที ให้ฝึกกลั้นปัสสาวะไว้ก่อน  คิดถึงเรื่องอื่นและยึดเวลาการปัสสาวะออกไปอีก 10-15 นาที  หากทำสำเร็จให้ค่อยๆ เพื่อการยืดเวลานานออกไปอีก สร้างความเข็งแรงของกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกราน  โดยการทำขมิบก้นค้างทิ้งไว้ประมาณ 10 วินาที แล้วคลาย ทำบ่อยๆ ต่อเนื่องอย่างน้อยวันละมากกว่า 50 ครั้งขึ้นไป ควบคุมน้ำหนักตัว เนื่องจากความอ้วนจะเพิ่มความดันในช่องท้อง ทำให้กระเพาะปัสสาวะขยายตัวไม่ดี  ความสามารถควบคุมการปัสสาวะลดลง  จึงควรลดน้ำหนักที่เกิน ควบคุมปริมาณน้ำดื่มในแต่ละวันไม่ให้มากเกินไปปริมาณดื่มเข้าควรสมดุลหรือ จำนวนพอกับปริมาณปัสสาวะที่ออกในแต่วัน Read More »

การนอนไม่หลับ

41

  การนอนไม่หลับเป็นอาการที่มักพบได้บ่อยในผู้สูงอายุมีลักษณะคือเมื่อเข้านอนแล้วใช้เวลานานกว่าจะหลับ ปรือนอนหลับตื่นๆ ตลอดคืน หรือตื่นขึ้นมาแล้วหลับต่อยาก การนอนไม่หลับทำให้ผู้สูงอายุรู้สึกไม่สดชื่นอ่อนเพลีย พักผ่อน ไม่พอ อารมณ์หงุดหงิดได้ง่าย สาเหตุของการนอนไม่หลับ การเปลี่ยนแปลงของลักษณะการนอนเมื่อเข้าสู่วัยชรา ปัญหาด้านจิตใจ เช่น น้อยใจ หดหู่ กังวล ตื่นเต้น รับประทานยาบางชนิด เช่น ยาแก้คัดจมูก ยาขยายหลอดลม เป็นต้น ดื่มสุรา ชา กาแฟ  น้ำอัดลม หรือเครื่องดื่มกระตุ้นอื่นๆ มากเกินไป รับประทานมื้อเย็นมากเกินไป ปัสสาวะบ่อยตอนกลางคืน  เพราะดื่มน้ำมากก่อนนอน การปฏิบัติที่ช่วยให้นอนหลับได้ดีขึ้น พยายามหลีกเลี่ยงการนอนช่วงเวลากลางวัน  หากต้องการพักช่วงกลางวันควรใช้เวลางีบไม่นานเกิน  1 ชั่วโมง หลีกเลี่ยงการดื่มสุรา ชา กาแฟ หรือเครื่องดื่มที่มีสารกระตุ้นต่างๆ โดยเฉพาะช่วงเวลาเย็น  หรือประมาณ 2 ชั่วโมงก่อนเข้านอนไม่ควรดื่มน้ำมากเกินไป เพิ่มกิจกรรมหรือการออกกำลังกายในช่วงเวลากลางวันให้มากขึ้น ถ้าผู้สูงอายุไม่มีอาการง่วงนอนเมื่อถึงเวลาเข้านอน และไม่สามารถนอนหลับได้  ไม่สามารถหลับได้   ก็ควรลุกจากที่นอนและหาอะไรทำดีกว่าที่จะนอนบนเตียง อาหารมื้อเย็นควรรับประทานให้เป็นเวลาและไม่ควรเป็นอาหารหนักและจำนวนมากเกินไป พยายามจัดสิ่งแวดล้อมภายในห้องนอนให้เงียบ ไม่สว่างหรือไม่ร้อน-หนาวเกินไป ฝึกการทำสมาธิเพื่อให้จิตใจสงบ หาวิธีผ่อนคลายความเครียดและความกังวลใจ Read More »

ปัญหาผู้สูงอายุรับประทานอาหารได้น้อยลง

2

  เมื่อเข้าสู่วัยสูงอายุ ผู้สูงอายุบางคนรับประทานอาหารได้น้อยลงอาจเนื่องมาจากมีการเปลี่ยนแปลงทางร่างกาย และจิตใจ ได้แก่ 1. ปัญหาในเรื่องสุขภาพช่องปาก ได้แก่โรคเหงือก การใส่ฟันปลอม หรือการสูญเสียฟันและไม่ได้ใส่ฟันทดแทนซึ่งจะทำให้มีปัญหาในการบดเคี้ยวอาหาร ผู้สูงอายุจึงไม่อยากรับประทานอาหารที่ต้องเคี้ยว เช่น เนื้อสัตว์ หรือผลไม้เนื้อแข็ง 2. การรับกลิ่นอาหารลดลง ซึ่งกลิ่นของอาหารเป็นปัจจัยสำคัญปัจจัยหนึ่งที่เป็นตัวกระตุ้นความอยากอาหาร ดังนั้นหากประสาทในการรับกลิ่นอาหารทำงานได้น้อยลงผู้สูงอายุก็จะไม่รู้สึกอยากรับประทานอาหาร 3. ความเสื่อมของปุ่มรับรสที่ลิ้นและจำนวนปุ่มรับลดมีน้อยลง ผู้สูงอายุหลายคนประสบปัญหาว่าไม่รับรู้ถึงรสอาหารที่ตนเองรับประทานจึงไม่ทำให้เกิดความเอร็ดอร่อยในการกินอาหาร 4. ผู้สูงอายุรู้สึกสูญเสียความสามารถในการดูแลตนเอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่เคยประกอบอาหารให้คนในครอบครัวรับประทาน เมื่อเข้าสู่วัยสูงอายุความสามารถดังกล่าวลดลง เช่น อาหารที่เคยปรุงอร่อยมีรสเปลี่ยนไป หรือปัญหาทางสายตาที่ทำให้มอเห็นไม่ถนัด 5. ความกังวลในจิตใจ ซึ่งไม่ได้เกิดจากความเสื่อมของร่างกายแต่เป็นอาการทางจิตใจ ซึ่งมีสาเหตุจากหลายประการทั้งในเรื่องการสูญเสียอำนาจหรือการยอมรับในสังคม พบได้บ่อยในผู้สูงอายุที่เคยทำงานในตำแหน่งใหญ่ หรืออาจเนื่องมาจากการไม่ได้รับการตอบสนองจากลูกหลานเนื่องจากผู้สูงอายุส่วนใหญ่ต้องการให้ลูกหลานมาดูแลอย่างใกล้ชิดหรืออาจกังวลว่าตนเองจะเป็นภาระให้ลูกหลาน และบางรายอาจเกิดความวิตกกังวลเนื่องจากมีเพื่อนในวัยใกล้เคียงกันป่วยหรือเสียชีวิต และกังวลว่าตนเองจะเป็นเช่นนั้น   ดังนั้น ผู้ดูแลผู้สูงอายุ ควรทำความเข้าใจปัญหาดังกล่าว และควรกระตุ้นความอยากอาหารของผู้สูงอายุโดยควรดำเนินการดังนี้ 1. ควรจัดสีสันของอาหารให้น่ารับประทานเพื่อเพิ่มความดึงดูดในการอยากอาหาร 2. เปลี่ยนบรรยากาศในการรับประทานอาหารโดยอาจเปลี่ยนสถานที่เช่นอาจพามานั่งรับประทานอาหารที่นอกบ้าน ระเบียงบ้าน 3. ให้ผู้สูงอายุมีส่วนร่วมในการประกอบอาหาร โดยอาจให้ช่วยเตรียม หรือเป็นผู้บอกสูตรการประกอบอาหาร 4. หากเป็นไปได้ควรให้ลูกหลานมาร่วมรับประทานอาหารด้วยเพื่อเป็นการสร้างบรรยากาศ และลดปัญหาทางด้านความต้องการทางจิตใจของผู้สูงอายุ 5. แบ่งอาหารออกเป็นมื้อย่อยๆ 6. กระตุ้นให้ผู้สูงอายุมีการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ สำหรับผู้สูงอายุเองต้องทำความเข้าใจและยอมรับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น และพยายามรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ แต่หากไม่สามารถทำได้อาจต้องเพิ่มอาหารเสริมทั้งนี้ในการเลือกอาหารเสริมควรต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ Read More »

อาหารที่ผู้สูงอายุควรได้รับทุกวัน

33

  1. เนื้อสัตว์  เนื้อปลาและเนื้อไก่จะมีความนุ่มมากกว่าเนื้อชนิดอื่น แต่ ควรระวังก้างปลา เนื่องจากการเคี้ยว การกลืน ไม่ดีเท่าในวัยหนุ่มสาว การปรุงเนื้อสัตว์ทุกชนิด ควรปรุงให้นุ่มพอที่จะเคี้ยวได้ด้วย 2. ถั่วเมล็ดแห้งควรปรุงสุกโดยการต้มให้เปื่อยนุ่ม 3. ผู้สูงอายุควรได้รับผักและผลไม้ทุกวัน เพื่อช่วยให้ร่างกายได้รับวิตามินและเกลือแร่ และควรต้มหรือนึ่งให้สุกก่อน ผลไม้ควรเป็นผลไม้ที่มีเนื้อสัมผัสนุ่ม เคี้ยวง่าย เช่น มะละกอสุก กล้วยสุก แตง  โม ส้ม น้ำผลไม้ ส่วนผลไม้ที่มีเนื้อแข็งควรนำมาปั่นหรือบดให้ละเอียดก่อน 4. ข้าว แป้ง และผลิตภัณฑ์ เช่น ข้าวสวย ข้าวต้ม ข้าวเหนียว ขนมจีน ก๋วยเตี๋ยว บะหมี่ ขนมปัง ควรได้รับพอสมควร วันละ 3-4 ถ้วยตวง 5. ในผู้สูงอายุควรได้รับน้ำดื่มวันละ 30-35 มิลลิลิตรต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม ประมาณ 6-8 แก้วต่อวัน ตัวอย่างรายการอาหารสำหรับผู้สูงอายุ อาหารเช้า          ข้าวสวยหรือข้าวกล้อง 2 ทัพพี   ผัดผักบุ้งไฟแดง 1 ทัพพี ... Read More »

การเปลี่ยนแปลงทางจิตใจของผู้สูงอายุ

29

  ลักษณะการเปลี่ยนแปลงที่พบในผู้สูงอายุส่วนใหญ่ ได้แก่ 1. การรับรู้ ผู้สูงอายุมักยึดติดกับความคิดและเหตุผลของตัวเอง จะเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ได้ยาก เพราะมีความไม่มั่นใจในการปรับตัว 2. การแสดงออกทางอารมณ์ ลักษณะของความท้อแท้ ใจน้อย หงุดหงิดง่าย โกรธง่าย และซึมเศร้า 3. ความสนใจสิ่งแวดล้อมน้อยลง ผู้สูงอายุจะสนใจเฉพาะเรื่องที่เกี่ยวข้องกับตนเอง มากกว่าเรื่องของผู้อื่น 1.3 การเปลี่ยนแปลงทางสังคม 1. ภาระหน้าที่และบทบาททางสังคม จะลดน้อยลง ทำให้ผู้สูงอายุห่างไปจากสังคม 2. คนส่วนใหญ่มักมองว่า ผู้สูงอายุมีสมรรถภาพ และความสามารถลดน้อยลง จึงไม่ให้ความสำคัญ หรือไม่ให้ความรับผิดชอบ 3. จากบทบาทที่เคยเป็นผู้นำครอบครัว จะกลายเป็นผู้อาศัย หรือผู้ตามในครอบครัว Read More »

ผู้สูงอายุกับการเป็นภาระ แนวโน้มอัตราการเป็นภาระ

39

  อัตราการเป็นภาระโดยรวมนั้นภาคใต้มีสัดส่วนสูงสุด รองลงมาคือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคเหนือและภาคกลาง ส่วนกรุงเทพมหานครมีสัดส่วนการเป็นภาระน้อยที่สุด นอกเขตเทศบาลมีสัดส่วนการเป็นภาระมากกว่าในเขตเทศบาล นอกจากนี้การเป็นภาระในวัยเด็กของภาคใต้มีสัดส่วนสูงที่สุด แต่การเป็นภาระในวัยชราภาคเหนือมีสัดส่วนสูงที่สุด อัตราการเป็นภาระโดยรวมในประเทศไทยมีแนวโน้มลดลงตั้งแต่ปี 2533-2553 และค่อยๆ เพิ่มขึ้นหลังจากปี 2553-2563 เนื่องจากอัตราเกิดที่ลดลงอย่างรวดเร็วจนถึงระดับทดแทนและอายุขัยเฉลี่ยของประชากรที่สูงขึ้นมีผลทำให้กลุ่มผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นทั้งสัดส่วนและจำนวน ดังนั้นอัตราการเป็นภาระในวัยเด็กจึงลดลง ในขณะที่การเป็นภาระในวัยชรามีอัตราเพิ่มขึ้น 3. ความยืนยาวของชีวิต อายุขัยเฉลี่ยเมื่อแรกเกิดและเมื่ออายุ 60 ปี รูปกราฟ อายุขัยเฉลี่ยเมื่อแรกเกิดทั้งเพศหญิงและชายเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด (จากปี 2517-19 ถึงปี 2528-29) แต่หลังจากปี 2528-29 เป็นต้นไปมีแนวโน้มการเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อย ส่วนอายุขัยเฉลี่ยเมื่ออายุ 60 ปี ลดลงเล็กน้อยจากปี 2517-19 ถึงปี 2528-29 หลังจากนั้นมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเล็กน้อยทั้งสองเพศ และอายุขัยเฉลี่ยของเพศหญิงสูงกว่าชาย จากการประกาศกฎบัตรออตตาวาที่ประเทศแคนนาดา ปี 1986 ได้บัญญัติว่า ”การส่งเสริมสุขภาพ” หรือ ”HEALTH PROMOTION” หมายถึง ”ขบวนการส่งเสริมให้ประชาชน เพิ่มสมรรถนะในการควบคุม และปรับปรุงสุขภาพของตนเอง ในการบรรลุซึ่งสุขภาวะอันสมบูรณ์ ทั้งทางร่างกาย จิตใจ และสังคม” บุคคล และกลุ่มบุคคลจะต้องสามารถบ่งบอก และตระหนักถึงความมุ่งมาดปรารถนาของตนเอง สามารถตอบสนองต่อปัญหาของตนเอง และสามารถเปลี่ยนแปลงสิ่งแวดล้อม หรือปรับตนให้เข้ากับสิ่งแวดล้อม หรือปรับตนให้เข้ากับสิ่งแวดล้อมได้ อีกทั้งยังสามารถควบคุมปัจจัยต่างๆ ที่มีผลต่อสุขภาพ เช่น ... Read More »